PBAMC

สินเชื่อและการเงิน24 ก.ค. 2569

รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชัน เลือกแบบไหนประหยัดดอกเบี้ยบ้านได้คุ้มที่สุด

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างการรีไฟแนนซ์ย้ายธนาคารและการขอรีเทนชันกับธนาคารเดิม พร้อมวิธีคำนวณค่าธรรมเนียมแฝง เพื่อช่วยผู้ผ่อนบ้านลดภาระค่างวดอย่างคุ้มค่าที่สุด

แชร์:
รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชัน เลือกแบบไหนประหยัดดอกเบี้ยบ้านได้คุ้มที่สุด

เมื่อผ่อนบ้านหรือคอนโดผ่านพ้นช่วง 3 ปีแรก ผู้ผ่อนหลายคนคงเริ่มสังเกตเห็นว่า ค่างวดที่จ่ายไปในแต่ละเดือนถูกหักเป็นดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น เนื่องจากหมดช่วงอัตราดอกเบี้ยโปรโมชันและปรับเข้าสู่อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ในยุคที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น การหาแนวทางลดภาระดอกเบี้ยบ้านจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเซฟเงินในกระเป๋า ซึ่งทางเลือกหลักยอดนิยมมีอยู่ 2 วิธี คือ การรีไฟแนนซ์ (Refinance) และ การรีเทนชัน (Retention)

1. ทำความรู้จัก รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชัน

เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง มาทำความเข้าใจความหมายพื้นฐานของทั้งสองตัวเลือกกันก่อน:

  • การรีไฟแนนซ์ (Refinance): คือการย้ายสัญญาสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เปรียบเสมือนการขอกู้สินเชื่อใหม่เพื่อนำเงินไปปิดยอดหนี้เดิม
  • การรีเทนชัน (Retention): คือการยื่นเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมที่เรากำลังผ่อนชำระอยู่ โดยพิจารณาจากประวัติการผ่อนชำระที่ดีที่ผ่านมา

2. เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย

ทั้งสองรูปแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ผู้ผ่อนบ้านควรนำมาชั่งน้ำหนัก ดังนี้:

  • การรีไฟแนนซ์: จุดเด่นคือ มักได้รับ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า อย่างเห็นได้ชัด มีตัวเลือกแพ็กเกจสินเชื่อหลากหลาย และอาจขอวงเงินกู้เพิ่มได้ แต่มีข้อเสียคือ ต้องเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด ใช้เวลาอนุมัติประมาณ 2-4 สัปดาห์ และมีค่าธรรมเนียมหลายรายการ
  • การรีเทนชัน: จุดเด่นคือ สะดวกรวดเร็ว ใช้เอกสารน้อยมาก ไม่ต้องประเมินราคาหลักทรัพย์ใหม่ รู้ผลอนุมัติไวภายใน 7-14 วัน และแทบไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง แต่ข้อเสียคือ อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับการลดหย่อนอาจจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของโปรโมชันรีไฟแนนซ์ย้ายธนาคาร

3. วิธีคำนวณค่าธรรมเนียมแฝงของการรีไฟแนนซ์

หลายคนเห็นดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ถูกกว่าจึงตัดสินใจย้ายธนาคารทันที แต่อาจลืมคำนวณ ค่าธรรมเนียมแฝง ซึ่งรวมแล้วอาจสูงถึงหลักหมื่นบาท ได้แก่:

  1. ค่าจดจำนอง: คิดอัตรา 1% ของวงเงินกู้ใหม่ (เช่น กู้ 2 ล้านบาท เสียค่าจดจำนอง 20,000 บาท)
  2. ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์: ประมาณ 2,000 - 5,000 บาท
  3. ค่าอากรแสตมป์: คิดอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้
  4. ค่าประกันอัคคีภัย/ประกัน MRTA: ตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน

สูตรคำนวณความคุ้มค่า: นำ (ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ตลอด 3 ปี) ลบด้วย (ค่าธรรมเนียมแฝงทั้งหมดของการรีไฟแนนซ์) หากผลลัพธ์ที่ได้ยังคงมากกว่าส่วนต่างดอกเบี้ยที่จะได้จากการทำรีเทนชัน การรีไฟแนนซ์ก็จะคุ้มค่ากว่าอย่างชัดเจน

4. สรุปแล้วควรเลือกแบบไหนดี?

หากคุณมีเวลาเตรียมเอกสาร และส่วนต่างดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์หักค่าธรรมเนียมแล้วยังประหยัดเงินได้หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท การรีไฟแนนซ์ ย่อมเป็นคำตอบที่คุ้มค่ากว่า อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการความสะดวก ไม่อยากยุ่งยากเรื่องเอกสาร หรือสัญญากู้เดิมเหลือน้อยแล้ว การรีเทนชัน กับธนาคารเดิมก็เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมในการลดภาระค่างวดประจำเดือน

สุดท้ายนี้ ก่อนตัดสินใจ ขอแนะนำให้ลองยื่นเรื่องขอรีเทนชันกับธนาคารเดิมเพื่อฟังข้อเสนอก่อน จากนั้นนำตัวเลขดอกเบี้ยไปเปรียบเทียบกับโปรโมชันรีไฟแนนซ์ของธนาคารต่าง ๆ และอย่าลืมสอบถามโปรโมชันประเภท "ฟรีค่าจดจำนอง" หรือ "ฟรีค่าประเมิน" เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน ควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตกับธนาคารโดยตรงอีกครั้ง

แชร์: