PBAMC

สินเชื่อและการเงิน25 ก.ค. 2569

เทคนิคต่อรองดอกเบี้ยบ้าน นำข้อเสนอแบงก์แข่งกัน ประหยัดเงินหลักแสน

เปิดเคล็ดลับการนำใบเสนอราคา (Loan Offer) จากหลายสถาบันการเงินมาเปรียบเทียบและต่อรองดอกเบี้ยบ้าน ช่วยให้ผู้กู้ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดและประหยัดเงินได้หลักแสนบาท

แชร์:
โต๊ะทำงานสไตล์มินิมอลพร้อมแบบจำลองบ้านและเอกสารคำนวณสินเชื่อบ้าน

การกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นภาระทางการเงินระยะยาว การประหยัดอัตราดอกเบี้ยได้เพียง 0.25% - 0.50% ต่อปี สามารถช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณได้หลักแสนถึงหลักล้านบาทตลอดอายุสัญญา ในยุคที่สถาบันการเงินต่างแข่งขันกันเสนอสินเชื่อเพื่อดึงดูดผู้กู้ที่มีประวัติการเงินดี ผู้กู้จึงกุมความได้เปรียบในการเจรจา การนำข้อเสนอหรือใบเสนออนุมัติสินเชื่อ (Loan Offer) จากหลายธนาคารมาใช้เปรียบเทียบและต่อรอง ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณได้อัตราดอกเบี้ยที่คุ้มค่าที่สุด

1. ยื่นขอสินเชื่อพร้อมกัน 3-4 ธนาคารเพื่อสร้างตัวเลือก

ขั้นตอนแรกของการต่อรองคือการสร้างตัวเลือกทางการเงิน โดยยื่นเอกสารขอสินเชื่อบ้านกับสถาบันการเงินอย่างน้อย 3-4 แห่ง ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน วิธีนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติแล้ว ยังทำให้คุณเห็นภาพรวมว่าตลาดในขณะนั้นเสนออัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก อยู่ที่เท่าไร รวมถึงได้เปรียบเทียบวงเงินอนุมัติและสิทธิประโยชน์แฝงอื่นๆ

2. เทคนิคการนำ Loan Offer มาใช้เปรียบเทียบและเจรจา

เมื่อได้รับใบแจ้งผลการอนุมัติสินเชื่อ (Loan Offer) จากธนาคารต่างๆ ให้รวบรวมข้อเสนอที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดหรือเงื่อนไขดีที่สุด แล้วนำไปแจ้งแก่เจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารที่คุณสนใจอยากใช้บริการมากที่สุด ด้วยเทคนิคดังนี้

  • แสดงอัตราดอกเบี้ยคู่แข่ง: แจ้งเจ้าหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาว่าธนาคารอื่นเสนออัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำกว่าเท่าไร แล้วสอบถามว่าสามารถปรับลดดอกเบี้ยสู้ข้อเสนอนั้นได้หรือไม่
  • เจรจาขอสิทธิประโยชน์ทดแทน: หากธนาคารไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงได้อีก ให้ลองต่อรองขอยกเว้นค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักทรัพย์ หรือขอส่วนลดค่าเบี้ยประกัน MRTA เพื่อช่วยลดต้นทุนในวันโอนกรรมสิทธิ์
  • ย้ำจุดแข็งของตัวผู้กู้: หากคุณมีประวัติเครดิตบูโรที่ดีเยี่ยม ไม่เคยชำระล่าช้า หรือทำงานในองค์กรที่มีความมั่นคง ให้ใช้สิ่งนี้เป็นจุดขายว่าคุณเป็นลูกค้าเกรด A ที่ธนาคารควรรักษาไว้

3. คำนวณดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกและต้นทุนแฝง

ในการนำข้อเสนอมาแข่งกัน อย่ามองเพียงอัตราดอกเบี้ยปีแรกที่ดูต่ำเป็นพิเศษ ให้คำนวณ อัตราดอกเบี้ยจริงเฉลี่ย 3 ปีแรก (Effective Rate) เสมอ พร้อมทั้งพิจารณาค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าจดจำนอง 1% ค่าประเมิน และเงื่อนไขการห้ามไถ่ถอนก่อนกำหนด (Prepayment Fee) เพื่อให้เห็นตัวเลขต้นทุนที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ

4. ประยุกต์ใช้กับกรณี Retention และ Refinance

เทคนิคนี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะผู้กู้ซื้อบ้านใหม่เท่านั้น แต่ยังใช้ได้ผลดีเมื่อคุณผ่อนบ้านครบ 3 ปี แล้วต้องการยื่นขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retention) หรือย้ายไปธนาคารใหม่ (Refinance) โดยการนำข้อเสนอโปรโมชันสำหรับลูกค้ารายใหม่จากธนาคารอื่นไปยื่นแสดง เพื่อให้ธนาคารเดิมพิจารณาลดดอกเบี้ยแข่งกับคู่แข่ง

การเจรจาต่อรองดอกเบี้ยบ้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่เตรียมเอกสารให้พร้อม รู้จักเปรียบเทียบข้อมูล และกล้าที่จะนำข้อเสนอจากหลายแห่งมาต่อรองอย่างสุภาพและมีหลักการ เท่านี้คุณก็สามารถประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยและผ่อนบ้านหมดได้ไวขึ้น ทั้งนี้ ควรสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขล่าสุดกับทางธนาคารก่อนลงนามในสัญญาเสมอ

แชร์: